Posted by: kuarchives | ธันวาคม 24, 2009

นำเที่ยวฮ่องกง+มาเก๊าและญี่ปุ่นจ้า มาดูกันเร็วมามะๆภาค2

หลังจากที่ไปฮ่องกง+มาเก๊าแล้วอาทิตย์ต่อมา ต้นเดือนธันวา ก็เดินทางไปญี่ปุ่นต่อ คราวนี้มีแค่ 2 คนคือ หัวหน้าทัวร์ และลูกทัวร์(สามี)  ไปแบคแพคลุยญี่ปุ่น จากโอซาก้า ขึ้นไปโตเกียว แล้วก็เรี่ยร่ายรายทาง จากนั้นกลับมาขึ้นเครื่องที่โอซาก้าเช่นเดิม อากาศขณะนั้นก็ถือว่าหนาวสำหรับคนเมืองร้อนอย่างเรา อยู่ที่ประมาณ 5-10 องศาเซลเซียส ในแต่ละวันแต่ละสถานที่ ถ้าดึกๆก็หนาวมากหน่อย

ทริปนี้ แค่เสื้อหนาวก็ทำให้กระเป๋าระเบิดแล้ว แต่หัวหน้าทัวร์ตัดสินใจเอาไปแค่ 1 ตัว แต่เป็นเสื้อหนาวยัดขนเป็ด ยังมีสาปเป็ดนิดๆพอหอมปากหอมคอ แต่ว่าอุ่นได้ใจทีเดียว คณะทัวร์วันแรก เมื่อถึงสนามบินKIX หรือ สนามบินคันไซ ก็ไปแลก JR Pass ที่รู้จักกันในนาม บัตรเบ่ง เอาไว้ใช้ขึ้น รถไฟในเครือของJR และชินคังเซน(รถไฟหัวกระสุน)แต่ขึ้นคันที่เร็วที่สุดอย่างโนโซมิไม่ได้น้าจ้า ถูกปรับอานเลยแหละ อิอิ

พอแลกJr Pass เรียบร้อยแล้วก็นั่ง แอร์พอร์ตเอกเพรสไปลงที่สถานีโอซาก้า การตามหาโรงแรมแรกก็เริ่มต้นขึ้นทันที เราพักกันที่ Hearton Hotel ย่านMinami semba ขอบอกว่าหายากมากกกกก เนื่องจากสามีดูแผนที่ผิดโรงแรม กว่าจะเจอก็ต้องแบกกระเป๋าใบใหญ่ลากๆไปๆมาๆ ข้ามถนนอยู่หลายชั่วโมง จนกระทั่งประมาณ 3 โมงกว่าๆ เราก็ทำสำเร็จ เมื่อทิ้งกระเป๋าแล้วเอาเสื้อผ้าเฉพาะที่จำเป็นมาแบกใส่เป้ไว้แล้ว จึงเริ่มเดินทางไปสู่จุดหมายแรกคือ โตเกียว โดยจับชินคังเซนได้เช่นเดิม ถึงโตเกียวประมาณ 6 โมง ซึ่งมือแล้ว หน้าหนาวที่ญี่ปุ่นมืดไวมาก ยังไม่ัทันได้ทำอะไรเลย – -* สรุปว่าวันแรกเป็นการหาโรงแรมนั่นเอง

วันที่ 2 เดินทางไปสักการะหลวงพ่อโตที่คามาคุระ อากาศครึ้มๆ หนาวกำลังดี การเดินทางก็ไม่ยาก นั่งรถไฟไปและต่อด้วยรถเมล์ ซึ่งคนขับใจดีมาก กระเหรี่ยงนอกฤดูกาลจะเปิ่นลงผิดสถานีหลายครั้งแล้วก็ถูกห้ามไว้ตลอด (ไม่เหมือนที่ฮ่องกงเลย ลงผิดก็ม่ายบอก –*) ช่วงนั้นเลยฤดูใบไม้เปลี่ยนสีมาแล้ว แต่ต้นแปะก๊วยที่เรียงรายอยู่ตามถนน กำลังเป็นสีเหลือง รอร่วงไป สวยไปอีกแบบนะ (ในไทยไม่มี)

จากนั้น เราขอนำท่านไปชมพิพิธภัณฑ์ที่อร่อยที่สุด!  คือ พิพิธภัณฑ์ราเมง!!ที่โยโกฮาม่า เสียค่าเข้าไปคนละกี่เยน จำไม่ได้ ด้านบนส่วนหนึ่งจัดเป็นส่วนพิพิธภัณฑ์+โซนขายของที่ระลึก ส่วนด้านล่างเป็นร้านขายราเมงที่ได้รับการคัดสรรมาแล้วว่า อร่อยมากกกกกกกก หัวหน้าทัวร์และลูกทัวร์นึกไม่ออกเลยว่าจะเข้าแถวรอกินร้านไหนดี น่ากินทั้งนั้นเลย

วันถัดมา จองโรงแรมไว้ที่ Hakone เพื่อชมทิวทัศน์ภูเขาไฟฟูจิหน้าหนาว+กินไข่ดำเสริมอายุึตามความเชื่อ(ชาวญี่ปุ่น) เราก็เดินทางออกจากโตเกียวโดยไว ไปซื้อ Hakone pass เป็นตั๋วรวมมิตร ใช้นั่งได้ทุกอย่างในแถบฮาโกเน่นั้น ซึ่งคุ้มค่ามาก เพราะฮาโกเน่ เราต้องนั่งรถไฟไปสุดที่สถานี ฮาโกเน่แล้วก็ต้องขึ้นรถราง วิ่งซิกแซก แล้วต่อรถรางและวิ่งตรงๆขึ้นเขา ไปขึ้นกระเช้า Odakyu ลงเรืออีกต่างหาก ขากลับใช้รถประจำทางอีก(คุ้มไหมล่ะ) ไม่้เสียเวลาแยกซื้อตั๋วเลย ส่วนเกสต์เฮาส์ที่ฮาโกเน่าหาไม่ยากเพราะแผนที่ดี ชื่อ ชาร์ลอต ฮาโกเน่ ลุงเจ้าของพูดภาษาอังกฤษดีมาก ชวนคุยตลอด ชวนไปแช่ออนเซนด้วย อิอิ ที่พักนี่เจอคู่สามี-ภรรยาชาวไทยแบบบังเอิญมากๆ เลยเมาท์กันหน่อย

รู้สึกว่าหนาวไม่ค่อยสะใจ สามีจึงอยากไปหาสถานที่ที่หนาวแบบหิมะๆ บังเอิญว่าก่อนหน้านั้นคืนนึง ได้ข่าวหิมะตกพอดี เลยจัดการ เปลี่ยนแผน ย้ายสายเดินทางไปแถบนีงาตะแทน เพื่อไปเล่นหิมะ ช่วงกลางๆธันวา ส่วนใหญ่สกีรีสอร์ทยังไม่ค่อยเปิดมากนัก แต่มีอยู่ที่หนึ่งคือ Gala เปิดแล้ว หัวหน้าทัวร์จึงตัดสินใจจากเดินที่จะไปทาคายามะ ไปนีงาตะแทน โดยอาศัยชินคังเซนเช่นเดิม บรรยากาศในลานสกี เงียบมาก สมแล้วกับที่เพิ่งเปิดฤดู หิมะก็ยังน้อยอยู่ แต่ก็พอจะเล่นได้บ้างล่ะนะ วิธีการขึ้นไปเล่นสกี ก็ต้องจ่ายค่ากอนโดล่า กระเช้าขึ้นไปก่อน ระหว่างทางกระเช้า วิวสวยมาก แม้ว่าหิมะจะยังปกคลุมยอดเขาไม่มิด

พอกลับลงมาจะไปทีพัก ก็แอบหายากมากกกกกกกกก เจ้าของเกสต์เฮาส์บอกให้เราโทรไป แต่ก็ไม่รับสาย กว่าจะหาที่พักเจอก็เดินกันเมื่อยทีเดียว ช่วงเปิดฤดูใหม่ๆ Yuzawa นั้นเหมือนกับเมืองร้างเลยทีเดียว ออกไปเดินเล่นเก็บบรรยากาศไม่เจอผู้คนเลย เงียบเหงามาก ร้านอาหาร ร้านขายของ ก็ไม่มีเลย อาจเป็นเพราะที่นี่ถ้าไม่ใช่ฤดูหนาวแล้ว เขาก็จะทำการเกษตรกันล่ะมั้งเพราะมีไร่และนารายล้อมที่พักเลย เรื่องอุณหภูิมิแล้ว ที่นี่หนาวสุด ประมาณ 1-2 ได้

หลังจากเดินทางออกจากนีงาตะในวันรุ่งขึ้น เราก็ได้ไปนอนเกียวโต โดยมีจุดมุ่งหมายจะไปชมพิพิธภัณฑ์ของมหาวิทยาลัยเกียวโตเพื่อเปิดประสบการณ์ในการทำงานและดูวิธีการจัดแสดง พิพิธภัณฑ์ของม.เกียวโตที่เราเข้าไปเยี่ยมชมนั้น เป็นแหล่งจัดแสดงผลงานของอาจารย์ในมหาวิทยาลัย โดยส่วนใหญ่จะเป็นผลงานทางด้านโบราณคดีและการขุดค้น และก็มีการจัดแสดงเอกสารจดหมายเหตุเอาไว้พอสมควร แต่เสียดายที่ ห้ามถ่ายรูปเป็นบางจุดโดยเฉพาะจุดแสดงเอกสาร เนื่องจากเป็นเอกสารเก่ามาก แสงแฟลชอาจไปทำปฏิกิริยากับกระดาษได้ มีโซนขายของที่ระลึกของทางมหาวิทยาลัยด้วย จะเป็นพวก สายห้อยโทรศัพท์ พวงกุญแจ แฟ้ม สมุด กระดาษรายงาน แก้วน้ำ รวมทั้งสินค้าที่ได้จากการวิจัยเก๋ๆให้สะสม เช่น หิน แบบจำลองการขุดค้น

วันถัดมาได้ไปสถานที่ที่เขาว่าว่าโรแมนติคคืออาราชิยามะ มีสะพานยาว ข้ามแม่น้ำด้วย เห็นว่าบรรยากาศถ้าตอนใบไม้เปลี่ยนสีจะสวยมาก แต่ตอนไปเป็นดูใบไม้เปลี่ยนจนร่วงไปแล้ว เลยอาจจะไม่ค่อยโรแมนซ์สักเท่าไร แต่นักท่องเที่ยวเดินกันมากมายเลยค่ะ วิธีการไปก็นั่งJR ไปลงสถานีอาราชิยามะ แล้วเดินเอา สามารถสอบถามได้จากTourist information แถวนั้นเขาจะบอกทางให้เอง ปิดฉากสุดท้าย ขอโชว์ด้วยอาหารการกิน ทริปนี้ กินกันเยอะมาก น้ำหนักขึ้นไป 2 กิโล(จนโดนหมอดุ) กินทั้งวันทั้งคืน ไม่มีตอนไหนท้องว่างเลย


Responses

  1. ถ้าจะไปญี่ปุ่นบ้าง ขอคำปรึกษาบ้างนะคะ

    • ได้เลยค่ะ

  2. อยากไปด้วยจังเลยค่ะ น่าสนุกจัง

  3. ไข่ดำ มันคือไข่เยี่ยวม้ารึป่าวคะ จะได้กินบ้าง

    • ไข่ต้มธรรมดาค่ะ แต่ดำเพราะกำมะถัน


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: