Posted by: kuarchives | ตุลาคม 21, 2010

The Star of KU – part 2

            กลับมาอีกครั้งกับ The Star of KU ซึ่งเป็นการแนะนำนิสิตปัจจุบันและนิสิตเก่าของ ม.เกษตร ที่มีชื่อเสียงอยู่ในวงการบันเทิง หรือที่ได้เห็นหน้ากันบ่อยๆ ในโทรทัศน์นั่นเอง  ใน Part 1 ได้นำเสนอนิสิตจากคณะเกษตร และคณะบริหารธุรกิจไปแล้ว   ใน Part 2 นี้ จะมีคณะไหนบ้างมาดูกันเลยดีกว่าค่ะ

คณะประมง

โบ๊ท สราวุฒิ ปัญญาธีระ (ศิษย์เก่า) KU 66 นักแสดงจากเรื่อง Final Score 365 วัน ตามติดชีวิตเด็กเอ็นท์ หนังแนวเรียลลิตี้ ซึ่งสร้างสมัยที่กระแสเรียลลิตี้ในบ้านเรากำลังบูมใหม่ๆ  เป็นการตามถ่ายชีวิตนักเรียน ม.6 หลักๆ 4 คน ที่กำลังจะต้องเอ็นทรานส์ ว่ามีความรู้สึกยังไง มีการเตรียมตัวยังไง การตัดสินใจเลือกเป้าหมายในชีวิตครั้งสำคัญของแต่ละคน  ซึ่งโบ๊ท ใจจริงอยากเข้าคณะประมง เพราะเป็นคณะที่ใฝ่ฝัน แต่ไม่กล้าตัดสินใจ เพราะครอบครัวอยากให้เรียนบัญชี  สุดท้ายแล้วโบ๊ทก็เข้าคณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ ตามที่ฝันไว้  ดูแล้วรู้สึกปลื้มใจจังที่มีน้องๆ ใฝ่ฝันอยากเข้ามหาวิทยาลัยเรามากขนาดนี้  หลังจากแสดงเรื่อง Final Score แล้ว โบ๊ทยังไม่มีผลงานในวงการบันเทิงอื่นๆ แต่ก็ช่วยเหลืองานของมหาวิทยาลัยอยู่ตลอด เช่น เป็นเชียร์ลีดเดอร์ในงานกีฬาต่างๆ  ร่วมงาน open house, งานเกษตรแฟร์ เป็นต้น  ขณะนี้โบ๊ทเพิ่งได้เป็น วิทยาศาสตร์บัณฑิต (ประมง)  เกียรตินิยมอันดับสอง ไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 53 ที่ผ่านมานี่เอง  โบ๊ทมีมุมมองด้านการเรียน การใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยที่น่าสนใจ เขาเล่าว่า คณะประมงมีกิจกรรมการรับน้องที่ค่อนข้างเข้มแข็ง และหลังจากที่เสร็จสิ้นกิจกรรมนี้แล้ว ก็ทำให้พี่ๆ น้องๆ ในคณะรู้จักกันมากขึ้น รักกันมากขึ้น ทำให้น้องใหม่สามารถใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยนี้ได้อย่างมีความสุข รุ่นพี่จะคอยแนะนำไม่ว่าเราจะเจอปัญหาอะไร “ถ้าคุณชอบหรือรักในการเลี้ยงปลา ผมว่าเท่านี้ก็พอแล้วที่จะเรียนคณะนี้”  คนที่ไม่ได้รักและชอบทางด้านนี้จริงๆ แล้วเข้ามาเรียน ชีวิตในมหาวิทยาลัยก็คงไม่มีความสุข แต่ถ้าน้องๆ ที่มีความรักและความสนใจคณะประมงจริงๆ แล้วล่ะก็ รับรองว่าทุกวันอยากตื่นมาเรียน เพราะได้เรียนในวิชาที่เราชอบที่เราสนใจ ได้ทำงานในห้องปฏิบัติการที่สนุกสนาน ได้สัมผัสกับปลาจริงๆ ได้รู้จริงๆ ว่าปลามันเป็นโรคอะไรยังไง  รับรองว่ามาเรียนที่นี่แล้วจะไม่ผิดหวังแน่นอน

ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์  (บุคลากร) สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ ตอน ทะเลไทย ของรายการแฟนพันธุ์แท้ ในปี พ.ศ. 2546  ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ เป็นบุตรชายคนโตของ ดร.เถลิง ธำรงนาวาสวัสดิ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยและปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์   แม้ ดร.ธรณ์ จะไม่ได้จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  แต่รับราชการอยู่ที่ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งแต่แรกจนถึงปัจจุบันนี้ 

ผศ.ดร.ธรณ์ เป็นที่รู้จักกันดีจากการเป็นนักวิชาการที่เชี่ยวชาญเรื่องทะเลและสิ่งแวดล้อม  ทำให้กลายเป็นผู้มีบทบาทในเหตุการณ์สึนามิ เคยเป็นอดีตที่ปรึกษาของหน่วยงานหลายแห่ง และยังมีผลงานด้านการเขียนสารคดีเกี่ยวกับเรื่องทะเลและสัตว์น้ำต่าง ๆ รวมถึงเรื่องการท่องเที่ยวด้วย เป็นคอลัมนิสต์ของหลายสื่อสิ่งพิมพ์และนิตยสาร มีผลงานมากกว่า 2,000 เรื่อง หนังสือกว่า 80 เล่ม  อีกทั้งยังเป็นผู้อำนวยการและเว็บมาสเตอร์ เว็บไซต์ทะเลไทย ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องทะเลและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม  หลังจาก ดร.ธรณ์ ได้เป็นสุดยอดแฟนพันธุ์แท้ ทะเลไทย เราก็มีโอกาสเห็นอาจารย์ทางหน้าจอโทรทัศน์บ่อยขึ้น ด้วยบุคลิกที่สนุกสนาน พูดจาน่าฟัง เข้าใจง่าย ความเป็นนักวิชาการที่จับต้องได้ จึงได้รับเชิญให้ออกรายการโทรทัศน์ต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเสมอ  ถือเป็นความภูมิใจของมหาวิทยาลัยที่มีบุคลากรเก่งๆ แบบนี้นะคะ

คณะมนุษยศาสตร์ 

จักรธร ขจรไชยกูล (โตน วงโซฟา) (ศิษย์เก่า) KU 55  นักร้อง สมาชิกวง Sofa และ Pixyl   พี่โตนมีอัลบั้มร่วมกับเพื่อนๆ ในนามวง Pixyl สังกัดเบเกอรี่มิวสิค เมื่อปี 2542 มีเพลงดังคือ ไม่ต้องทำอย่างนี้ (ผู้เขียนชอบมาก อิอิ)  ก่อนจะออกมาทำวง Sofa ร่วมกับไบรอัน จนมีเพลงฮิตอยู่ในหลายๆ อัลบั้ม เช่น ได้โปรด, เรื่องมหัศจรรย์, จะเก็บเรื่องราวของเราเอาไว้, โชคชะตา เป็นต้น  นอกจากการร้องเพลงแล้ว พี่โตนยังมีฝีมือในการแต่งเพลงมาก ซึ่งนอกจากเพลงของวง sofa เองแล้วก็ยังแต่งเพลงให้กับค่ายเบเกอรี่มิวสิค แกรมมี่ และค่ายอื่นๆ อีกหลายเพลง เช่น  แต่งเพลงแค่ – วงพรู (เป็นเพลงติดชาร์ทอันดับ 1 นานหลายสัปดาห์ของหลายๆ คลื่นในช่วงปี 2544) เป็นโปรดิวเซอร์และแต่งเพลงให้กับวงกรุงเทพมาราธอน วง lula เป็นต้น  อีกทั้งยังมีงานเขียนหนังสือซึ่งเป็นที่ยอมรับจนได้รับรางวัล “พานแว่นฟ้า”  ปัจจุบันนอกจากงานเพลงแล้วยังมีสำนักพิมพ์ของตนเองชื่อสำนักพิมพ์น้ำนิ่ง

(แพนเค้ก) เขมนิจ จามิกรณ์ (นิสิต KU 66) นักแสดง/นางแบบ  แพนเค้กเข้าวงการตั้งแต่ อายุ 15 ปี โดยรับงานถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณามากมาย ก่อนข้าประกวดสุดยอดนางแบบและได้ตำแหน่งไทยซุปเปอร์โมเดล 2004 ตามด้วยสุดยอดนางแบบโลก “Model of the World 2004” ที่ประเทศจีน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการเข้าสู่วงการนักแสดง โดยเป็นนางเอก สังกัดช่อง 7 สี มีผลงานละคร “สืบ-สาว-ราว-รัก” เป็นเรื่องแรก แต่มาแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวจากละครหลังข่าว เรื่อง พลิกดินสู่ดาว หลังจากนั้นก็มีผลงานแสดงซึ่งได้รับความนิยมอยู่มากมายหลายเรื่อง เช่น เพลงรักข้ามภพ  บ่วงหงส์  ตะวันยอแสง  ด้วยแรงอธิษฐาน  นอกจากนี้แพนเค้กยังมีงานโฆษณาสินค้าอีกหลายสิบตัว จนใครๆ เรียกว่า “เจ้าแม่โฆษณา” และด้วยอุปนิสัยที่น่ารัก มีสัมมาคารวะและการวางตัวอย่างถูกกาลเทศะ แพนเค้กจึงได้รับฉายา “นางฟ้าเดินดิน” จากสมาคมนักข่าวบันเทิงแห่งประเทศไทย และเป็นหนึ่งในนักแสดงไทยไม่กี่คนที่มีหุ่นขึ้ผึ้งของตัวเองอยู่ในพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ กรุงเทพฯ เปิดให้เข้าชมในวันที่ 4 ธันวาคม 53 นี้  มีเครดิตดีขนาดนี้คงไม่แปลกใจถ้าจะบอกว่า แพนเค้กได้รับรางวัลจากนิตยสารและงานประกวดต่างๆ มาแล้วกว่า 30 รางวัล รวมถึงรางวัลเชิดชูเกียรติจากการทำกิจกรรมเพื่อสังคมด้วย

แม้จะมีงานในวงการบันเทิงมากมายขนาดไหน แพนเค้กก็ยังมาร่วมกิจกรรมกับทางมหาวิทยาลัยอยู่เสมอ เช่น เป็นพิธีกรในงานเสวนา  เป็นวิทยากรแนะนำน้องๆ ด้านการเรียนในงาน open house  เข้าร่วมขึ้นคอนเสิร์ต “คีตนนทรี ใต้ร่มพระบารมี” ในโอกาสครบรอบ 30 ปี คณะมนุษยศาสตร์ และอื่นๆ อีกมากมาย เป็นตัวอย่างที่ดีของน้องๆ เมื่อมีเวลาว่างจากการเรียนแล้วควรร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคมและกิจกรรมของมหาวิทยาลัยนะคะ

(ยุ้ย) ณพอาภา เทวกุล ณ อยุธยา (ศิษย์เก่า) นักร้อง RS  KU 63  ความสามารถของสาวคนนี้ต้องบอกว่าเธอเก่งรอบด้านจริง ๆ ทั้งเรื่องของดนตรี ร้องเพลง แต่งเพลง เขียนหนังสือ ผลงานที่ผ่านมาของยุ้ยมีมากมาย อาทิ เป็นตัวแทนเยาวชนไทยในการทำหนังสือ “9 ย่างตามรอยเท้าพ่อ” และออกแบบสติ๊กเกอร์ “เรารักในหลวง” ที่ติดกันทั่วบ้านทั่วเมืองนั่นเอง  ยุ้ยเข้าสู่วงการเพลงโดยออกอัลบั้มแรก ชื่อ “ยุ้ย ณพอาภา” ในปี 2550 มีเพลงฮิต “ให้ฉันรักเธอ” กับสังกัด เมโลดิก้า ในเครืออาร์เอส  และออกอัลบั้มชุดที่ 2  “Love-i-View” ในปีต่อมา ซึ่งยุ้ยมีส่วนร่วมในการแต่งเนื้อเพลงเองด้วย  นอกจากนี้เธอยังเป็นบัณฑิตเกียรตินิยมอันดับ 1 จากคณะมนุษยศาสตร์ ภาควิชาศิลปะนิเทศ สาขาเอกดนตรีตะวันตก เอกขับร้อง (Voice) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เรียกได้ว่าเก่งทุกเรื่องเลยจริงๆ ค่ะ

 

เตชินท์ ชยุติ (ศิษย์เก่า) KU 66 (นักร้อง) เข้าสู่วงการเพลงด้วยการประกวด ดัชชี่ บอย แอนด์ เกิร์ล 2007 ได้รางวัลชนะเลิศ สาขาร้องเพลง จนได้ออกอัลบั้ม “เตชินท์” กับค่ายแกรมมี่ โดยมีเพลงฮิตอย่าง ”คำตอบของหัวใจ” และร้องเพลงประกอบละครดังหลายเรื่อง เช่น เพลง “คนไม่รู้ตัว” ละคร วิวาห์ว้าวุ่น  เพลง “เก็บเอาไว้คำว่ารักเธอ” ละครหัวใจรักข้ามภพ  นอกจากมีอัลบั้มแล้ว  เตชินท์ยังมีส่วนร่วมกับคณะนั่นคือ เป็นนักร้องนำของวงวู้ดวินซิมโฟนีออร์เครสตรา ซึ่งเป็นวงเครื่องเป่าทั้งทีม  สำหรับเรื่องแบ่งเวลาเรียน เตชินท์เคยให้สัมภาษณ์ว่า “ค่อนข้างยากเหมือนกัน เพราะว่าเราเรียนทุกวัน แต่ถ้าวันไหนมีงานเข้ามาแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ  ผมต้องทำเป็นใบลาแล้วขออนุญาตอาจารย์ อาจจะหยุดวันเว้นวันบ้าง ยากในการแบ่งเวลาแต่คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเพราะทั้งสองด้านเป็นสิ่งที่เรารักทั้งคู่ มีส่งผลกระทบบ้างในบางวิชาที่เข้มงวดจริง ๆ แต่ผมพยายามทำให้ดีที่สุด” ซึ่งเขาก็ทำได้ดีทีเดียว โดยขณะนี้หนุ่มเตชินท์คว้าปริญญาตรี จากคณะมนุษยศาสตร์ ภาควิชาศิลปนิเทศ สาขาวิชาดนตรีตะวันตก เอกการขับร้องคลาสสิกโอเปรา ม.เกษตรศาสตร์ ด้วยเกรดเฉลี่ย 2.8 ไปเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 53 ที่ผ่านมานี้เอง  ซึ่งเจ้าตัวออกอาการปลื้มไม่น้อยเพราะแม้จะต้องทำงานและเรียนไปด้วยแต่ก็ สามารถเรียนจบได้ตามเกณฑ์พอดีเป๊ะ

หน้าเว็บเริ่มจะเต็มอีกแล้ว  Part 2 คงต้องขอจบลงเท่านี้ก่อนนะคะ แล้วติดตาม Part 3 ได้ในเดือนมีนาคม 2554 จ้า


Responses

  1. หนูรักพี่แพนเค้กมากเลยรู้ไหมค่ะหนูโตขึ้นหนูอยากเป็นดาราเหมือนพี่แพนอ่ะ
    หนูรักที่สุดเลยยยๆๆๆ จากเด็ก แก้วทิพย์


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: